วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โปรเจสเตอโรน

  



ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ถูกสร้างโดยรังไข่ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาสร้างโดยรกเมื่อรกเจริญเต็มที่แล้วค่ะ โดยจะทำงานร่วมกันกับเอสโตรเจน ซึ่งในการทำงานของฮอร์โมนก็มีทำงานกันแบบส่วนตัวบ้าง ทำงานร่วมกัน หรือประสานงานกันเป็นทีมบ้าง มีทั้งช่วยสนับสนุนส่งเสริมกัน หรือบางครั้งก็ไปยับยั้งฤทธิ์ของฮอร์โมนตัวอื่นเพื่อไม่ให้ออกฤทธิ์ในช่วง ที่ไม่จำเป็น

ผลที่เกิดจากการทำงานของโปรเจสเตอโรนคือ จะไปลดความตึงตัวของเนื้อเยื่อต่างๆ อย่างเช่นเอสโตรเจนจะไปทำให้มดลูกขยายและพร้อมจะมีการหดรัดตัว แต่โปรเจสเตอโรนจะไปยับยั้งอาการ ทำให้มดลูกยังไม่มีการหดรัดตัวมาก เพื่อให้ทารกมาฝังตัวที่มดลูกได้ ไม่แท้งออกไป แต่โปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลงในช่วงใกล้คลอดเพื่อให้มดลูกสามารถหดรัดตัว และคลอดทารกน้อยออกมาได้นั่นเอง

โปรเจสเตอโรนยังทำงานร่วมกันกับเอสโตรเจนในการปรับเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะ สมแก่ การฝังตัวด้วย คือ ทำให้หนาขึ้น มีเส้นเลือดมาเลี้ยงดีขึ้น ฯลฯ และยังทำให้แม่ท้องมีการสะสมไขมันมากขึ้นสำหรับใช้เป็นพลังงาน เป็นแหล่งของสารอาหาร สำหรับการตั้งครรภ์และลูก และยังจับมือกับเอสโตรเจนเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการมีลูก ให้มีท่อน้ำนมมากขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น ต่อมน้ำนมโตขึ้น มีเซลล์ที่สร้างน้ำนมเยอะขึ้น เป็นการเตรียมการผลิตให้พร้อม เพื่อที่หลังคลอดจะได้ใช้ได้ทันที

นอกจากนี้โปรเจสเตอโรนยังทำให้กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อยืดขยาย นี่แหละค่ะสาเหตุที่ทำให้เราปวดเมื่อยง่ายไม่ค่อยมีแรง
โปรเจสเตอโรนยังกระตุ้นให้ร่างกายปรับตัว หายใจเร็วขึ้น เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ปอดเยอะๆ มีการแลกเปลี่ยนบ่อยๆ เลยมีผลทำให้เหนื่อยง่าย และยังจะไปช่วยยับยั้งการสร้างน้ำนมของเต้านม ยังไม่ให้สร้างระหว่างท้องด้วยค่ะ
ในช่วงหลังคลอดฮอร์โมนทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลง เพราะว่าฮอร์โมนทั้งคู่นี้สร้างจากรก หลังคลอดรกหลุดออกไป ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้ก็เลยหายไปด้วยค่ะ และจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่งในช่วงหลังคลอด

อะดรีนาลีน



 
  อะดรีนาลีน มีผลต่อร่างกาย คือ
  1. ผลโดยตรงต่ออวัยวะในระบบประสาทอัตโนวัติ (ระบบประสาทที่อยู่นอกอำนาจจิตจัย) จะทำให้เกิดการทำงานมากขึ้นครับสำหรับระบบประสาทซิมพาเทติก (ระบบประสาทเวลาสู้) เช่น
   - หัวใจเต้นแรงขึ้น เร็วขึ้น (เพิ่มการสูบฉีดเลือดเตรียมสู้-หนี)
   - ความดันโลหิตสูงขึ้น
   - รูม่านตาเบิกกว้าง (เพื่อให้มองเห็นศัตรูชัด)
   - หลอดลมขยาย (เพื่อให้รับออกซิเจนได้เต็มที่)

2. ผลการกระตุ้นสมอง จะทำให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทอื่นๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นความสามารถต่างๆ รวมทั้งการเลื่อน set point ของอุณหภูมิจาก 37 องศา ขึ้นไปด้วย เพื่อรองรับการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้นในข้อ 3)

3. ผลต่อเมแทบอลิซึม..เนื่องจากข้อ 1) ต้องใช้พลังงานเยอะมาก การให้อีพิเนฟรินจะส่งผลให้เกิดการที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นโดยการ

   - สลายไกลโคเจน (น้ำตาลสำรองในกล้ามเนื้อ/ตับ) ให้เป็นกลูโคสเพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  - สลายไขมันและเพิ่มการใช้พลังงานจากไขมัน (สร้างน้ำตาลจากสารที่ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต)
  - เพิ่มอัตราการเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็นกลูโคสและสารคาร์โบไฮเดรต (สร้างน้ำตาลจากสารที่ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต)
  - ความร้อนในร่างกายจะสูงขึ้น เพราะ การเผาผลาญในร่างกายสูงขึ้นมาก

เอสโตรเจน




            ฮอร์โมนสำคัญของเพศหญิงคือเอสโตรเจน ทำให้เกิดความอ่อนหวาน ผิวพรรณเนียนนุ่ม มีเต้านม เตรียมพร้อมเป็นแม่ เอสโตรเจนมีผลต่ออวัยวะภายในของเราทุกระบบ ที่สำคัญคือสมอง ที่ช่วยในเรื่องความจำเสื่อม เต้านมจะช่วยผลิตน้ำนม และกระตุ้นให้เกิดความเจริญเติบโตเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว หัวใจกับตับ ควบคุมการสร้างคอเลสเตอรอล เป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดเมือกไขมันอุดตันในเส้นเลือด

       ในส่วนของรังไข่คือกระตุ้นให้เกิดประจำเดือน หรือมดลูก ทำให้มีการฝังตัวของตัวอ่อน ช่องคลอดสร้างน้ำเมือกออกมา กระดูก ช่วยลดการเกิดภาวะกระดูกพรุน เพราะฉะนั้นเวลาผู้หญิงเข้าสู่วัยทองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ผู้หญิงวัยทองจึงเกิดปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ เพราะฮอร์โมนมีเอฟเฟคต่อสมองปัญหาขี้หลงขี้ลืม ความจำเสื่อมก็เกิดจาสมอง มีปัญหากระดูกพรุน เพราะมีเอฟเฟคจากกระดูกนั้นเอง เพราะฉะนั้นเอสโตรเจนจึงเป็นตัวสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกระดูกพรุน

      ถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่มีเอสโตรเจน จะเกิดอาการตรงข้ามกับข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมด อายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายผลิต Estrogen น้อยลง สำหรับหญิงวัยหม ดประจำเดือน ก็จะเจอปัญหานี้ ร่างกายก็จะขาด Estrogen ไปโดยปริยาย ทำให้ผมร่วง หัวล้าน




เซโรโทนิน





                   ถ้าพูดถึงสารตัวหนึ่งที่ร่างกายผลิตออกมาแล้วให้ความสุขกับร่างกาย หลายคนนึกถึงสารเอ็นโดฟินส์ แต่เชื่อไหมว่านอกจากสารเอ็นโดฟินส์แล้วยังมีสารเซโรโทนินอีกด้วย
                 สมองจะผลิตสารเซโรโทนินในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น ซึ่งเมื่อเราตื่นขึ้นมาพบแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เส้นประสาทหลังลูกตาก็จะส่งสัญญาณไปยังต่อมไพเนียล ที่อยู่เหนือสมอง ซึ่งต่อมไพเนียลได้รับสัญญาณก็จะเริ่มในการสร้างสารเซโรโทนิน
                 ซึ่งสารเซโรโทนินเปรียบได้กับระบบเข็มนาฬิกาของสมอง เพราะเป็นสารที่ช่วยให้การทำงานของสมองนั้นทำงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และยังกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานอย่างกระฉับกระเฉง ทำให้เรานั้นรู้สึกอารมณ์ดี แจ่มใสได้ตลอดทั้งวัน
                            เพราะฉะนั้นถ้าอยากอารมณ์ดี และก็ร่างกายกระฉับกระเฉงก็ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย ออกกำลังกายบ้าง และก็อย่าลืมออกไปโดนแสงแดดเช้าๆบ้างนะคะ ร่างกายคุณจะได้หลั่งสารเซโรโทนินได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

เอ็นโดรฟิน




           ฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน  เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นเมื่อเราเกิดความสุขใจ หรือเมื่อเกิดความปีติสุข เช่น การนั่งสมาธิ สวดมนต์ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การออกกำลังกาย การฟังดนตรี การทำงาน ศิลปะ การได้รัก ได้สัมผัสถ่ายทอดความรักซึ่งกันและกัน กระทั่งการได้ร่วมรักกับคนที่เรารัก (โดยพบว่ามีการหลั่งสารเอ็นโดรฟินอย่างมากในช่วง orgasm) ดังนั้นกิจกรรมใดก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกเป็นสุขย่อมมีส่วนส่งเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายได้เสมอ เอ็นโดรฟินเป็นอาวุธที่ธรรมชาติได้มอบให้มนุษย์นำไปใช้ทลายกำแพงความเครียด ความทุกข์ เราจึงควรหากิจกรรมที่ทำให้เกิดความสุขเพื่อเป็นอาวุธประจำกายของตัวเราเอง

ในขณะเดียวกัน คุณเชื่อหรือไม่ว่า แค่ คำว่า รักจากคนที่รัก ความอิ่มเอิบ เบิกบาน โลกทั้งใบสดสวยด้วยสีชมพู มันก็สามารถทำให้คนเรานั่งยิ้มได้คนเดียวทั้งวัน และเคยสังเกตไหมว่า ในวันที่คุณรู้สึก ร้อนๆ หนาวๆ แทบลุกจากเตียงไม่ได้ ยาพาราอาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่การกุมมือพร้อมแววตาที่ห่วงใย หรือแม้แต่การแสดงออกถึงความรัก และความห่วงใยจากคนที่เรารักทุกๆ วิธี  จะช่วยให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ช่วยลดอาการเจ็บปวด เพิ่มภูมิต้านทานโรค ลดความตึงเครียด ช่วยสมานแผล ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น ความรักกับการหลั่งของสารเอ็นโดรฟินจึงมีความหมายที่สัมพันธ์กัน

โดปามีน




         โดปามีน (dopamine) เป็นสารเคมีที่พบตามธรรมชาติในร่างกายซึ่งสังเคราะห์โดยเนื้อเยื่อประสาทและต่อมหมวกไตเป็นส่วนใหญ่ ทำหน้าที้เป็นทั้งสารสื่อประสาทและฮอร์โมน นอกจากนี้ยังเป็นสารตั้งต้นของการสังเคราะห์ นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine หรือ noradrenaline) และ เอพิเนฟริน (epinephrine หรือ adrenaline)

          โดปามีน (dopamine) ในสมองที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทจะกระตุ้นโดปามีนรีเซปเตอร์ (dopamine recetor) ในระบบประสาทซิมพาเทติค (sympathetic nervous system) ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้โคปามีนยังมีบทบาทเป็นฮอร์โมนที่หลั่งโดยไฮโพทาลามัส (hypothalamus) เพื่อยับยั้งการหลั่่งโปรแลคติน (prolactin) จากต่อมพิทุอิทารี่ส่วนหน้า (anterior lobe of the pituitary) แต่เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต (growth hormone)

          บทบาทของโดปามีน (dopamine) จะทำหน้าที่ในการควบคุมอารมณ์ การเรียบเรียงความนึกคิด การทำหน้าที่ของสมองในการควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งถ้ามีการเสียสมดุลระหว่างแอซิติลโคลีน (acetylcholine) กับ โดปามีน (dopamine) จะทำให้เป็นโรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) ที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั้งเพศชายและหญิง เนื่องจากการขาดสารโดปามีน (dopamine) ในสมองเพราะมีการเสื่อมและตายของเซลล์สมองในตำแหน่งที่สร้างสารโดปามีน

เทสโทสเตอโรน



เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
"เทสโทสเตอโรน" เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการทางเพศให้ตื่นตัวขึ้น แต่ทว่า...เจ้าเทสโทสเตอโรน ยังมีบทบาทอื่น ๆ ที่สำคัญกับสุขภาพร่างกายของหนุ่ม ๆ อีกด้วย

 - 
ทำให้คุณคิดถึงเรื่องเพศ

          
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาสมองตั้งแต่เรายังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดาเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะความสามารถในการคำนวณพื้นที่และทักษะด้านคณิตศาสตร์ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ชายชอบพิจารณาเรื่องรูปร่างและขนาดหน้าอกผู้หญิง รวมทั้งเสื้อผ้าที่พวกเธอเลือกใส่ด้วย

 - 
สร้างความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ

          
เมื่ออายุเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พัฒนาทางร่างกายภายนอกของผู้ชายจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เริ่มทุ้มใหญ่ ขนตามร่างกายก็เริ่มขึ้น รวมทั้งเริ่มสนใจเพศตรงข้ามมากขึ้น 

 - 
เทสโทสเตอโรนมีผลต่อความต้องการในตัวคู่ครอง

          
เทสโทสเตอโรนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิด และความคาดหวังในตัวที่มีต่อคนรัก เช่น ชายที่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ (แต่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน (มักมีความสุขกับการลงหลักปักฐานใช้ชีวิตครอบครัวอย่างเรียบง่ายกับภรรยา แต่กลับกันสำหรับคนที่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูง (มาก) พบว่ามีปัญหาการหย่าร้างมากกว่า รวมทั้งแอบนอกใจไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยอีกด้วย นอกจากนี้ยังคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสมอ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าชายทั้งสองกลุ่มมีความต้องการในปริมาณที่ต่างการ
   
เทสโทสเตอโรนเกิดจากการสังเคราะห์ของคอเลสเตอรอล

          
โดยคอเลสเตอรอลจะเริ่มมีการเปลี่ยนสภาพเป็นโปรเจสเตอโรนก่อน จากนั้นเอนไซม์จะสังเคราะห์ออกมาเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในท้ายที่สุด

การยกน้ำหนักช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้

          
ทางด้านผู้เชี่ยวชาญค้นพบว่า ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของผู้ที่ออกกำลังด้วยการยกน้ำหนักสูงขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งนั่นหมายความว่าการออกกำลังกายแบบฝึกความแข็งแรง (Strength training) เพื่อเสริมกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งด้วยวิธีการต่าง ๆ มีผลทำให้เทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้น

          
เมื่อได้อ่านสาระน่ารู้เกี่ยวกับเทสโทสเตอโรนกันไปเรียบร้อยแล้ว คงช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจคุณสมบัติของฮอร์โมนชนิดนี้ได้ไม่มากก็น้อย แล้วคราวหน้าถ้ามีข้อมูลอะไรดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายใหม่ ๆ มาอีก เราจะนำมาบอกเล่าให้คุณได้ทราบกันอย่างแน่นอนคะ